Part 5 สงครามนางฟ้ากับซาตาน
posted on 05 Jun 2008 21:22 by leepada in FICtionPart 5 สงครามนางฟ้ากับซาตาน
“มึงถอยออกมาซีวอน…….ตรงนั้นที่กู”คยูฮยอนดึงไอ้เพื่อนเวรออกก่อนที่มันกำลังจะนั่งที่ตรงนั้น แม้มันจะไม่ใช่ที่ประจำแต่มันอยู่หลังสาวปากจัดคนเมื่อครู่ ก่อนที่ตัวเองจะไปนั่งแทนแต่ยังไม่วายยกมือที่ถือหนังสือขึ้นเสยหัวคนข้างหน้าไปดอกนึงซองนารินที่ผู้ถูกกระทำได้แต่จับหัวตัวเองที่โดนประทุษร้ายแต่ไม่ได้โต้ตอบกลับไปเพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็คือห้องเรียน“ตรงนี้มีคนนั่งไหมครับ........พาดา” พาดาไม่ตอบคำถามหรือไม่แม้แต่จะมองคนที่ทำให้เสียน้ำตาเมื่อวานนี้จนทงเฮเองก็อ่อนใจ อยากจะขอโทษแต่เมื่อคนข้างๆนี้ไม่อยากจะรับฟังก็ไม่รู้จะทำยังไงเช่นกัน
“ทงเฮที่มึงอยู่นี่ข้างกู สะเออะไปทำอะไรตรงนั้นครับ”คังอินเรียกสติเพื่อนตัวดีกลับมา แมร่งเจอกันวันเดียวตามเทียวตามขื่อเลยนะมึง
“กูจะนั่งนี่ เค้าไม่ตอบกูแปลว่าไม่มีคนนั่ง” ถึงจะกวนใจเช่นไรหญิงสาวคนนี้ก็ไม่มีที่ท่าจะสนใจเหมือนเดิม ทงเฮเลยนั่งแหมะลงข้างๆก่อนที่จะเปิดชีทเรียนตามหน้าที่ค้างไว้“พาดา นารึมไปไหนเมื่อกี้มันยังอยู่เลย” มินกิที่นั่งข้างๆเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าหลังกินข้าวแล้วเดินมาที่ตึกเรียนจนมานั่งถึงที่ห้องเหมือนจะรู้สึกตัวว่าเพื่อนตัวเองหายไปคนนึง“ไม่รู้อ่ะ เมื่อกี้ก็เดินตามมาอยู่เลย” เธอเอ่ยตอบเพื่อนสาวที่ยังคิดไม่ตกว่านารึมมันหายไปไหน“เออ เดี๋ยวโทรหามันหล่ะกัน” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กขึ้นมากดเบอร์โทรหานารึมทันที…หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…เสียงของพนักงานสาวที่ประจำเครือข่ายดังขึ้นพอให้รู้ว่าสัญญาณมือถือของเพื่อนสาวไม่มีทางติดต่อได้ มินกิจึงได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะไปตามมันจากไหนคงกลับหอไปแล้วมั้งแมร่งเพื่อนเวรนี่ไปไม่บอกจะได้ไปด้วย!!!
มินกิที่เกิดอาการขี้เกียจเรียนกะทันหันคิดขึ้น นี่คงแอบโดดกลับไปนอนที่หอแหงเลย ยัยนี่กินแล้วก็นอนถึงได้อวบเอาๆ“เฮ้ยจารย์เข้าแล้ว เข้าแมร่งตรงเวลาเดะๆเลย”รันนาเอ่ยขึ้นอย่ารมณ์เสียพรางเกาหัวแกร่กๆ หัวแมร่งเหนียว(ก็แกไม่สระมากี่วันแล้วล่ะ)ผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีก็เกิดสงครามย่อมๆขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย จารย์สุดสวยผมยาวสยาย(ฝาแฝดเอ๊ะ อิสริยา)ก็สอนไป ส่วนไอ้สองกลุ่มนั่นก็ไม่เป็นอันจะเรียน นั่งไปเขม่นกันไป“นี่ ไอ้บ้า!!!! เมื่อไหร่จะเอามือออกไปจากหัวฉันสักที ฉันจะเรียนหนังสือออออ…”นารินเอ่ยเสียงเบาจนแทบจะกระซิบ เพราะกลัวว่าอาจารย์จะได้ยิน เอากะมันสิเมื่อกี๊มันก็ยกมือขึ้นเสยหัวไปทีนึง นี่มันยังเอามือมาลูบๆหัวเค้าแต่หน้าตาแมร่งเฉยชาชะมัด แต่หารู้ไม่ว่าพอลับสายตากลมโตนั่นแล้ว ชายหนุ่มผู้เฉยชาเมื่อตะกี๊กลับยกยิ้มขึ้นน้อยๆอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป“ตกลงว่านายจะเอามือออกไปมั้ยยยยยย…”เอ่ยถามอีกครั้ง ตอนนี้นารินเอาหน้าซุกกับท่อนแขนตัวเองเหลือบมองอีกคนที่นั่งอยู่ทางด้านขวาของตนอย่างไม่ค่อยจะพอใจ ก็ตอนนี้มือปลาหมึกของมันเริ่มลูบขึ้นลูบลงที่ผมของเค้าอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่ได้รับทำให้ความรู้สึกหลายอย่างประเดประดังเข้ามา.....................คนตาสวยรีบสะบัดหน้าไปมาสองสามทีพรางหันไปตั้งใจเรียนต่อ ก่อนที่จะคิดฟุ้งซ่านขึ้นมาอีกรอบ..........ตอนนี้ฉันเกลียดสายตาของนาย สายตาที่มันทำให้ฉันใจอ่อนและอ่อนใจทุกๆครั้งที่มองมัน พอทีเถอะชั้นขอร้องอย่าทำแบบนี้อีกเลย จะทำร้ายกันไปถึงไหนนายถึงจะพอใจ คยูฮยอน...........อีกคนก็ได้แต่มองแผ่นหลังบางๆคนข้างหน้า สายตาคมหลุบต่ำลงนัยตาสีดำสนิทดูเรียบเฉยจนดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่พร้อมกับเสหน้าหันไปอีกทางไม่ได้สนใจอีกคนอีกต่อไปเส้นขนานยังงัยมันก็ยังคงเป็นเส้นขนานอยู่วันยังค่ำ…….แต่…….เส้นขนานมันจะไม่มีวันมาบรรจบกันได้เลย อย่างนั้นหรือ…………หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะมาบรรจบกัน ………ถ้าคนรักกัน…….…ใช้หัวใจ………มากกว่าสมอง+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++“นี่คุณ!!! พาดา คุยกับผมหน่อยสิครับ อย่าเงียบแบบนี้ได้มั้ย”ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงอ่อย เพราะกลัวจารย์คนสวยจะได้ยิน แค่เมื่อกี๊ตวัดตาหันมามองก็จะแย่แล้ว………...แมร่ง จารย์จะฆ่ากูมั้ยว่ะไอ้คยู……………“…………”เงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงเอ่ยตอบมาอีกเช่นเคย มีเพียงสายตากลมโตที่มองตอบมาอย่างเฉยชา ชายหนุ่มส่งยิ้มให้แห้งๆ…. เอาว่ะ!!!! แค่หันมามองกูก่อนก็ยังดี“ตกลงพาดาโกรธผมหรือเปล่าครับ แล้วโกรธเรื่องอะไรคับ บอกผมได้มั้ย”ถ้อยคำสุภาพยังเอื้อนเอ่ยออกมาไม่หยุด“เลิกพร่ามได้แล้วฉันจะเรียนหนังสือ ถ้าไม่เรียนก็ออกไปเลยไป หัดเกรงใจคนอื่นเค้ามั่ง”ถ้อยคำทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้า ทั้งที่ในใจกลับคิดตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูดทุกอย่าง…“ไม่!!! จนกว่าเราจะพูดกันให้รู้เรื่อง”ชายหนุ่มเผลอเอ่ยขึ้นเสียงดัง ทำให้ทั้งห้องที่เงียบกริบหันมามองเขาเป็นตาเดียวรวมทั้งจารย์(คนสวย)ด้วยทงเฮที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป หันมามองหน้าคยูฮยอนอย่างหาที่พึ่ง สายตาบ่งบอกว่า …ไอ้คยู มึงช่วยกูด้วยดิ…แต่สายตาที่ได้รับกลับมาจากเพื่อนรักคือ…เรื่องนี้กูคงช่วยรัยมึงไม่ได้โว้ย!!! จารย์คนสวยน่ากลัวชิบพาดาเองที่อยู่ในเหตุการณ์แถมตัวเองยังเป็นต้นเหตุอีกก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกันเมื่อหันไปมองสายตาทุกคู่ที่มองมาได้แต่ทำตาปริบๆส่งให้เพื่อนรักอย่างนารินที่ตอนนี้ก็หันมามองหน้าเพื่อนรักอย่างปลอบใจห้องทั้งห้องเงียบไปได้สักครู่ ก่อนบุคคลที่นั่งสอบอยู่ข้างหน้าจะเอ่ยขึ้นเสียงเฉียบ“ลีทงเฮ คิมพาดา ไปยืนสงบสติอารมณ์ข้างนอกจนกว่าจะหมดคาบ แล้วอย่าคิดจะไปไหนนะถ้าฉันออกไปแล้วไม่เจอเธอสองคน รู้ใช่มั้ยว่าอะไรจะเกิดขึ้น!!!”เสียงเฉียบขาดดังขึ้นอย่างคำประกาศิต ทั้งสองคนเดินออกจากห้องไปช้าๆ พร้อมกับเสียงครวญครางของทงเฮ “แมร่ง โตจนป่านนี้แล้วยังโดนลงโทษไรแบบนี้อีก”เอ่ยขึ้นเบากับตัวเองอย่างอายๆ ก็โตจนป่านนี้แล้วยังมาโดนลงโทษต่อหน้าคนเยอะๆแบบนี้….ทงเฮสุดหล่อก็อายเป็นนะครับ“บ่นอ่ะรัยลีทงเฮ ฉันได้ยินนะ”เสียงของจารย์คนสวยเอ่ยขึ้นทันที“ป่าวคร้าบบบบบจารย์”เอ่ยตอบกลับไปพร้อมรีบก้าวยาวๆออกไปนอกห้อง แมร่งนอกจากจะเหมือนเอ๊ะแล้วยังหูดีอีก แมร่ง !!ก่นด่าในใจพร้อมกับที่ประตูห้องเรียนปิดลง+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++“คนสวยคนข้างหน้าครับผมขอยืมเลคเชอร์ข้อเมื่อกี้หน่อยสิครับผมจดไม่ทัน” เมื่อเพื่อนเวรตัวดีโดนไล่ออกนอกห้องโดยสาเหตุที่โคตรจะเฮงซวย กลุ่มนางฟ้าและซาตานเมื่อครู่ที่ส่งเสียงดังจนรบกวนสมาธิเพื่อนๆและอาจารย์ก็กลับมาตั้งใจเรียนกันอีกครั้งคนข้างหน้าที่ถูกเรียกโดยไม่ระบุว่าเป็นใครเพราะว่าสวยทุกคน หันกลับไปตามเสียงเรียก หญิงสาวมองชายหนุ่มทั้งสี่คนเพราะอีกคนโดนโยกย้ายไปยืนหน้าห้องกับเพื่อนของพวกหล่อนเสียแล้ว“เอ่อ คุณหน่ะเห็นตั้งใจเรียนดีผมยืมหน่อยสิครับ” คังอินบอกกับหญิงสาวอีกครั้งแต่พวกหล่อนก็ยังทำสีหน้างงงวยให้อยู่อย่างนั้น ตกลงมันเรียกใครช่วยบอกชื่อได้มั๊ย“เค้าชื่อมินกิ มินกิให้มันยืมหน่อยสิไม่อยากฟังมันเห่า” คยูฮยอนบอกชื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้เสียทีมัวแต่ คุณๆๆ คุณๆทุกคนเลยหันมามองตาแป๋วคิ้วขมวดกันหมด“แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่จด” มินกิตอบพลางทำสีหน้าเอือมระอา อาจารย์เค้าอธิบายอยู่ตั้งนานมัวแต่เหล่สาวไปทั่วสมควรที่มันไม่ทัน คิดแล้วก็ส่ายหน้าให้ก่อนจะยื่นมือที่ถือชีสวิธีทำข้อเมื่อครู่ส่งให้คังอินยิ้มหวานให้เจื่อนๆ ร้ายจริงนะแม่คุณร้ายกันทั้งกลุ่มเลยใช่มั๊ยเนี่ย ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับแต่ไม่วายประกบมือกอบกุมมือน้อยๆนั้นไว้เต็มมือ และแน่นอนที่มินกิจะรีบชักมือกลับพร้อมทั้งทำตาเขียวให้คังอินอย่างเหลืออด“ไอ้หน้าด้าน” สะอึกครับพี่น้องไม่คิดว่าคนสวยๆอย่างนี้จะพูดจารุนแรง โกรธแทนเพื่อนผมไม่ว่าแต่อย่ามาลงกับผมแบบนี้สิครับคนสวย“ขอบคุณครับ” คังอินขอบคุณเสียงดังพร้อมทั้งยังส่งยิ้มหวานบาดใจให้เหมือนเคย หนักใจแทนคยูฮยอน ซีวอนและฮันเกิงที่มีเพื่อนหน้าด้านอย่างนี้เสียจริงและไม่ใช่แค่หนุ่มๆ สาวๆที่เหลืออยู่ก็เหมือนกันมองคังอินอย่างสุดแสนจะบรรยาย สายตาไล่มาถึงเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ถัดออกไป เฮ้อออ หน้าตาก็ดีแต่นิสัย เอือมมมมม… แต่ยกเว้นให้คนนึงแหละน๊าชเวซีวอนแสนเพอเฟ็กที่ยังไงก็ เพอเฟ็กอยู่วันยังค่ำ คิดแล้วสาวๆก็ถอนใจพร้อมๆกันก่อนที่จะหันไปตั้งใจเรียนวิชาตรงหน้าต่อเสมือนว่าสงครามคงจะสงบเงียบลงไปแล้วตั้งแต่ที่ทงเฮ และพาดาถูกโยนออกมานอกห้องเพราะอาการส่งเสียงดังของชายหนุ่มต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดที่ยืนข้างๆหญิงสาวนั่นเอง“พาดา” เมื่อออกมายืนเป็นเวลาซักพักแล้วยังไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาทงเฮเลยเป็นคนทำลายความเงียบสงบที่เริ่มก่อตัวมากขึ้นทุกที
“...........” แล้วพาดาคนเดิมก็ยังคงเงียบ ไม่ใช่ไม่อยากพูดให้เรื่องนี้มันจบๆไปแต่เมื่อได้เห็นหน้าตาคนที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจเมื่อคืนนี้มันก็แย่พอแล้ว ไม่อยากได้ยินถ้อยคำแก้ตัวอะไรอีกทั้งสิ้น“ผมขอโทษ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้ทงเฮเลือกที่จะมายืนเผชิญหน้ากันแบบตรงๆไม่โต้ตอบอะไรเลยหรือแม้แต่จะมอง เขาเลยเอ่ยถ้อยคำขอโทษที่คิดว่าจริงใจที่สุดให้หล่อน“พาดาผมขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ” เพียงแค่ได้ยินคำว่าไม่ได้ตั้งใจหญิงสาวจำต้องเงยหน้ามาสบตาชายหนุ่มที่อยู่ห่างเพียงแค่คืบ เฮอะ!!! ไม่ได้ตั้งใจจะมองว่าเมื่อคืนทำไปเพราะเมาหล่ะสิ คำหลอกเด็กทั้งเพ“จะบอกว่าเมาว่างั้น” พาดาโต้กลับออกไปอย่างเหลืออด พอกันทีจบเรื่องแล้วอย่ามาให้เจอกันอีกเลย“เปล่า ผมไม่ได้เมาแต่คนที่เมาหน่ะคือคุณ” “งั้นจะบอกว่าชั้นผิดที่เมา”“เปล่า คือผมคุณก็รู้นิสัยว่าผมเป็นคนยังไงมีผู้หญิงอยู่ตรงหน้าแล้วสันดานมันก็ออก” ทงเฮเลือกที่จะพูดความจริงออกมาไม่อยากยืดเยื้อให้มากกว่านี้อีกแล้ว เขายอมรับว่าเห็นอาการที่หญิงสาวเฉยชาต่อเขาไม่ไหวอยากจะพูดให้รู้เรื่องอยากให้เธอกลับมาเป็นคนเดิม“เลิกพูดเถอะชั้นไม่อยากฟัง แล้วก็เอาหน้าออกไปด้วย” พาดาพูดคำเฉียบขาดจนทงเฮที่กำลังไล้ริมฝีปากอยู่บนข้างแก้มของเธอหยุดลงแต่ก็ยังคงวนเวียนตามขอบมุมปากอยู่อย่างนั้น เขายอมรับมันอดใจไม่ไหวจริงๆ“พาดา” ชายหนุ่มยังคงอ้อนวอนให้เธอเห็นใจแต่การกระทำของเขามันเชื่อไม่ได้เลยซักนิด เธอควรจะอภัยให้เหรอ สิ่งที่เขาทำเธอควรจะอภัยให้งั้นสิ ทงเฮหยุดชะงักการกระทำทั้งหมดเมื่อริมฝีปากรับรสชาติเฝื่อนๆที่ติดอยู่บนริมฝีปากบาง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองดวงหน้าหวานที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่ให้เต็มตา พาดากัดริมฝีปากป้องกันเสียงสะอื้นไม่ให้ดังไปมากกว่านี้ เธอไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็นโดนเฉพาะคนที่ทำให้เธอเสียใจมากที่สุดพาดาดันคนตรงหน้าออกอย่างเต็มแรงก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆเมื่อเห็นว่าเริ่มมีคนออกมาจากห้องเรียนแล้วรีบเดินไปหาเพื่อนๆของตน ก่อนที่จะเดินรีบเดินหนีไปโดยไม่หันมามองอีกคนเลยแม้แต่น้อย++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++“โอ้ย!!!!ง่วงนอนชะมัด ลิเนียร์ไม่เรียนมันแล้ว จารย์แกยิ่งสอนได้น่านอนอยู่ด้วย เดี๋ยวโทรบอกยัยพวกนั้นดีกว่า”นารึมเอ่ยกับตัวเองพร้อมอ้าปากหาว แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากำลังจะกดโทรออก“เฮ้ย!!รัยว่ะมือถือแบตหมด ซวยจริงๆเล้ยยัยนารึม”จะมีอะไรซวยกว่านี้อีกมั้ยปิ๊นนนนนนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ“ว้าย!!!!ขับรถภาษาอะไรว่ะ ไม่เห็นรึงัยว่ามรคนยืนอยู่”นารึมตะโกนด่า เฮ้อ!! หายง่วงเป็นปลิดทิ้งเลย ไอ้รถเวรอย่าหั้ยรู้น่ะว่าคัยเป็นคนขับแม่จะด่าให้เละเลย“ขอโทษนะครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่า”ชายหนุ่มเจ้าของรถลงมาถามอาการของนารึก“ไม่เป็นรัยค่ะ แต่วันหลังขับรถหัดดูซะมั่งนะว่ามีคนยืนอยู่รึเปล่าเข้าใจมั้ย ห๊ะ!!!!” นารึมหันกลับมาตอบ แต่เมื่อเจอหน้าคนถามเธอก้อชะงักทันที“นี่นายอีกแล้วเหรอ!!!!!”ซวย ซวย จริงๆ ยัยนารึมเจือคัยไม่เจอดันมาเจอตาบ้านี่ อะไรมันจะซวยขนาดนี้ ตั้งแต่เรื่องฟุตบอลนั่นแล้วนะ“อ้าว!!คุณคิมนารึมนี่เอง นึกว่าใคร”“นี่นายอย่ามาเปลี่ยนแซ่ฉันนะ ฉันไม่ได้แซ่คิมซะหน่อย”“แหมทำเป็นจำไม่ได้นะครับ คือที่ผมบอกงัยว่าเดี๋ยวอีกไม่นานก็เปลี่ยนเป็นคิม เพราะฉะนั้นจะเรียกตอนนี้หรือตอนไหนมันก็เหมือนๆกันแหละครับคุณคิมนารึมคนสวย”5555+++++ได้แหย่ยัยนี่เล่นสนุกชะมัด หน้าตาเวลาโกรธน่ารักชะมัด
“ว่าแต่เรื่องนี้จะให้ผมรับผิดชอบเหมือนคราวที่แล้วมั้ยครับ”“ไม่ต้อง!!!!”ตอบออกไปโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด ไม่รู้อีตาบ้านี่จะมาไม้ไหน ไว้ใจไม่ได้เลย เรื่องอะไรจะยอมให้รับผิดชอบ เดี๋ยวเหมือนคราวก่อน อึ๋ย!!!แค่คิดก็สยองแล้ว ไม่เอา!!!ไม่เอา!!! กลับหอดีกว่า“เดี๋ยวสิคุณ ผมขับรถเกือบชนคุณนะ คุณก็ต้องให้ผมรับผิดชอบสิ ผมสุภาพบุรุษพอน่า ไม่ทำอะไรคุณหรอก”เชอะ!!!ใครจะไปเชื่อ นายอีตาบ้าลามก หื่นสุดๆ นารึมได้แต่ปฏิเสธในใจ“นี่ !!! คุณจะไปไหน งั้นเดี๋ยวผมไปส่งเอามั้ย”“นายอ่านปากของฉันนะว่า “ใม่” เข้าใจมั้ย”“คุณจะไม่ยอมให้ผมไปส่งจริงๆใช่มั้ย…. ได้!!!”เฮ้ยทำอะไรนะ ปล่อยชั้นลงเดี๋ยวนี้น่ะอีตาบ้า”“นี่นารึมผมมีชื่อนะครับ ผมชื่อคิมคิบอม กรุณาเรียกให้ถูกด้วยครับ ไม่ใช่อีตาบ้า”“นายมีสิทธิ์อะไรมาเรียกชื่อชั้น อ๋อ!!แล้วชั้นก็รู้ด้วยว่านายชื่ออะไร แต่ชั้นไม่อยากเรียก ทำไมอ่ะ… นายจะทำอะไรชั้น”“………….”เงียบ ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่ม เขาเพียงแต่อุ้มหญิงสาวตรงไปที่รถของเค้า ซึ่งกว่าจะถึงรถได้ก็ทำเอาคิบอมเหนื่อยไม่ใช่เล่น เพราะสาวเจ้าเธอเล่นดิ้นไปดิ้นมาจะให้เค้าปล่อยให้ได้ แต่แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชาย สุดท้ายเขาก็พาเทอมาถึงรถจนได้“นี่!!!คุณจะทำอะไรน่ะ”นารึมโวยขึ้นมาเมื่อเห็นคิบอมโน้มตัวเข้ามาหาเธอ“ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณหรอก ผมแค่จะคาดเข็มขัดนิรภัยให้คุณก็เท่านั้น คุณคิดว่าผมจะทำอะไรคุณรึงัย”“เปล่าซักหน่อย”นารึมได้แต่อ้อมแอ้มตอบกลับไป นี้เราคิดอะไรอยู่เนี่ยยัยนารึมยัยบ้า ว่าแล้วก็ดึงทึ้งผมตัวเอง“นารึม นารึม …… คิมนารึม”“อะไร”“อ้าว !!!! ในที่สุดคุณก็ยอมรับแล้วว่าคุณชื่อคิมนารึม”“อ๊ะๆๆๆหยุดก่อนครับ แล้วตกลงคุณจะให้ผมไปส่งคุณที่ไหนครับ”“หอ” สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ ให้อีตาบ้านี่ไปส่งก็ดีเหมือนกันแฮะ จะได้ไม่ต้องรอรถราง เดี๋ยวพลาดตกรถรางเหมือนยายพาดา อายเค้าตายเลย“ครับคุณนารึมคนสวย คิบอมคนนี้ยินดีรับใช้”... To Be con……………………..++++++++++++++++++++++++++++++++