Part 5  สงครามนางฟ้ากับซาตาน

“มึงถอยออกมาซีวอน…….ตรงนั้นที่กู”คยูฮยอนดึงไอ้เพื่อนเวรออกก่อนที่มันกำลังจะนั่งที่ตรงนั้น แม้มันจะไม่ใช่ที่ประจำแต่มันอยู่หลังสาวปากจัดคนเมื่อครู่ ก่อนที่ตัวเองจะไปนั่งแทนแต่ยังไม่วายยกมือที่ถือหนังสือขึ้นเสยหัวคนข้างหน้าไปดอกนึงซองนารินที่ผู้ถูกกระทำได้แต่จับหัวตัวเองที่โดนประทุษร้ายแต่ไม่ได้โต้ตอบกลับไปเพราะถึงอย่างไรที่นี่ก็คือห้องเรียน“ตรงนี้มีคนนั่งไหมครับ........พาดา”     พาดาไม่ตอบคำถามหรือไม่แม้แต่จะมองคนที่ทำให้เสียน้ำตาเมื่อวานนี้จนทงเฮเองก็อ่อนใจ  อยากจะขอโทษแต่เมื่อคนข้างๆนี้ไม่อยากจะรับฟังก็ไม่รู้จะทำยังไงเช่นกัน

“ทงเฮที่มึงอยู่นี่ข้างกู สะเออะไปทำอะไรตรงนั้นครับ”คังอินเรียกสติเพื่อนตัวดีกลับมา แมร่งเจอกันวันเดียวตามเทียวตามขื่อเลยนะมึง

“กูจะนั่งนี่  เค้าไม่ตอบกูแปลว่าไม่มีคนนั่ง”   ถึงจะกวนใจเช่นไรหญิงสาวคนนี้ก็ไม่มีที่ท่าจะสนใจเหมือนเดิม ทงเฮเลยนั่งแหมะลงข้างๆก่อนที่จะเปิดชีทเรียนตามหน้าที่ค้างไว้“พาดา  นารึมไปไหนเมื่อกี้มันยังอยู่เลย”   มินกิที่นั่งข้างๆเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าหลังกินข้าวแล้วเดินมาที่ตึกเรียนจนมานั่งถึงที่ห้องเหมือนจะรู้สึกตัวว่าเพื่อนตัวเองหายไปคนนึง“ไม่รู้อ่ะ  เมื่อกี้ก็เดินตามมาอยู่เลย” เธอเอ่ยตอบเพื่อนสาวที่ยังคิดไม่ตกว่านารึมมันหายไปไหน“เออ  เดี๋ยวโทรหามันหล่ะกัน”  ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กขึ้นมากดเบอร์โทรหานารึมทันทีหมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้เสียงของพนักงานสาวที่ประจำเครือข่ายดังขึ้นพอให้รู้ว่าสัญญาณมือถือของเพื่อนสาวไม่มีทางติดต่อได้  มินกิจึงได้แต่ถอนหายใจ ไม่รู้ว่าจะไปตามมันจากไหนคงกลับหอไปแล้วมั้ง 

 แมร่งเพื่อนเวรนี่ไปไม่บอกจะได้ไปด้วย!!!

มินกิที่เกิดอาการขี้เกียจเรียนกะทันหันคิดขึ้น นี่คงแอบโดดกลับไปนอนที่หอแหงเลย ยัยนี่กินแล้วก็นอนถึงได้อวบเอาๆ“เฮ้ยจารย์เข้าแล้ว เข้าแมร่งตรงเวลาเดะๆเลย”รันนาเอ่ยขึ้นอย่ารมณ์เสียพรางเกาหัวแกร่กๆ หัวแมร่งเหนียว(ก็แกไม่สระมากี่วันแล้วล่ะ)ผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีก็เกิดสงครามย่อมๆขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย จารย์สุดสวยผมยาวสยาย(ฝาแฝดเอ๊ะ อิสริยา)ก็สอนไป ส่วนไอ้สองกลุ่มนั่นก็ไม่เป็นอันจะเรียน นั่งไปเขม่นกันไป“นี่ ไอ้บ้า!!!! เมื่อไหร่จะเอามือออกไปจากหัวฉันสักที ฉันจะเรียนหนังสือออออ”นารินเอ่ยเสียงเบาจนแทบจะกระซิบ เพราะกลัวว่าอาจารย์จะได้ยิน เอากะมันสิเมื่อกี๊มันก็ยกมือขึ้นเสยหัวไปทีนึง นี่มันยังเอามือมาลูบๆหัวเค้าแต่หน้าตาแมร่งเฉยชาชะมัด  แต่หารู้ไม่ว่าพอลับสายตากลมโตนั่นแล้ว ชายหนุ่มผู้เฉยชาเมื่อตะกี๊กลับยกยิ้มขึ้นน้อยๆอย่างอารมณ์ดี แต่ก็ไม่ได้โต้ตอบอะไรกลับไป“ตกลงว่านายจะเอามือออกไปมั้ยยยยยย”เอ่ยถามอีกครั้ง ตอนนี้นารินเอาหน้าซุกกับท่อนแขนตัวเองเหลือบมองอีกคนที่นั่งอยู่ทางด้านขวาของตนอย่างไม่ค่อยจะพอใจ ก็ตอนนี้มือปลาหมึกของมันเริ่มลูบขึ้นลูบลงที่ผมของเค้าอย่างแผ่วเบา ความอบอุ่นจากมือใหญ่ที่ได้รับทำให้ความรู้สึกหลายอย่างประเดประดังเข้ามา.....................คนตาสวยรีบสะบัดหน้าไปมาสองสามทีพรางหันไปตั้งใจเรียนต่อ ก่อนที่จะคิดฟุ้งซ่านขึ้นมาอีกรอบ..........ตอนนี้ฉันเกลียดสายตาของนาย สายตาที่มันทำให้ฉันใจอ่อนและอ่อนใจทุกๆครั้งที่มองมัน พอทีเถอะชั้นขอร้องอย่าทำแบบนี้อีกเลย จะทำร้ายกันไปถึงไหนนายถึงจะพอใจ คยูฮยอน...........อีกคนก็ได้แต่มองแผ่นหลังบางๆคนข้างหน้า สายตาคมหลุบต่ำลงนัยตาสีดำสนิทดูเรียบเฉยจนดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่พร้อมกับเสหน้าหันไปอีกทางไม่ได้สนใจอีกคนอีกต่อไปเส้นขนานยังงัยมันก็ยังคงเป็นเส้นขนานอยู่วันยังค่ำ…….แต่…….เส้นขนานมันจะไม่มีวันมาบรรจบกันได้เลย อย่างนั้นหรือ…………หวังว่าสักวันหนึ่งมันจะมาบรรจบกัน ………ถ้าคนรักกัน…….…ใช้หัวใจ………มากกว่าสมอง+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++นี่คุณ!!! พาดา คุยกับผมหน่อยสิครับ อย่าเงียบแบบนี้ได้มั้ย”ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงอ่อย เพราะกลัวจารย์คนสวยจะได้ยิน แค่เมื่อกี๊ตวัดตาหันมามองก็จะแย่แล้ว………...แมร่ง จารย์จะฆ่ากูมั้ยว่ะไอ้คยู………………………”เงียบ ไม่มีแม้แต่เสียงเอ่ยตอบมาอีกเช่นเคย มีเพียงสายตากลมโตที่มองตอบมาอย่างเฉยชา ชายหนุ่มส่งยิ้มให้แห้งๆ…. เอาว่ะ!!!! แค่หันมามองกูก่อนก็ยังดี“ตกลงพาดาโกรธผมหรือเปล่าครับ แล้วโกรธเรื่องอะไรคับ บอกผมได้มั้ย”ถ้อยคำสุภาพยังเอื้อนเอ่ยออกมาไม่หยุด“เลิกพร่ามได้แล้วฉันจะเรียนหนังสือ ถ้าไม่เรียนก็ออกไปเลยไป หัดเกรงใจคนอื่นเค้ามั่ง”ถ้อยคำทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้า ทั้งที่ในใจกลับคิดตรงกันข้ามกับสิ่งที่พูดทุกอย่าง“ไม่!!! จนกว่าเราจะพูดกันให้รู้เรื่อง”ชายหนุ่มเผลอเอ่ยขึ้นเสียงดัง ทำให้ทั้งห้องที่เงียบกริบหันมามองเขาเป็นตาเดียวรวมทั้งจารย์(คนสวย)ด้วยทงเฮที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป หันมามองหน้าคยูฮยอนอย่างหาที่พึ่ง สายตาบ่งบอกว่า ไอ้คยู มึงช่วยกูด้วยดิแต่สายตาที่ได้รับกลับมาจากเพื่อนรักคือเรื่องนี้กูคงช่วยรัยมึงไม่ได้โว้ย!!! จารย์คนสวยน่ากลัวชิบพาดาเองที่อยู่ในเหตุการณ์แถมตัวเองยังเป็นต้นเหตุอีกก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกันเมื่อหันไปมองสายตาทุกคู่ที่มองมาได้แต่ทำตาปริบๆส่งให้เพื่อนรักอย่างนารินที่ตอนนี้ก็หันมามองหน้าเพื่อนรักอย่างปลอบใจห้องทั้งห้องเงียบไปได้สักครู่ ก่อนบุคคลที่นั่งสอบอยู่ข้างหน้าจะเอ่ยขึ้นเสียงเฉียบ“ลีทงเฮ คิมพาดา ไปยืนสงบสติอารมณ์ข้างนอกจนกว่าจะหมดคาบ แล้วอย่าคิดจะไปไหนนะถ้าฉันออกไปแล้วไม่เจอเธอสองคน รู้ใช่มั้ยว่าอะไรจะเกิดขึ้น!!!เสียงเฉียบขาดดังขึ้นอย่างคำประกาศิต ทั้งสองคนเดินออกจากห้องไปช้าๆ พร้อมกับเสียงครวญครางของทงเฮ “แมร่ง โตจนป่านนี้แล้วยังโดนลงโทษไรแบบนี้อีก”เอ่ยขึ้นเบากับตัวเองอย่างอายๆ ก็โตจนป่านนี้แล้วยังมาโดนลงโทษต่อหน้าคนเยอะๆแบบนี้….ทงเฮสุดหล่อก็อายเป็นนะครับ“บ่นอ่ะรัยลีทงเฮ ฉันได้ยินนะ”เสียงของจารย์คนสวยเอ่ยขึ้นทันที“ป่าวคร้าบบบบบจารย์”เอ่ยตอบกลับไปพร้อมรีบก้าวยาวๆออกไปนอกห้อง แมร่งนอกจากจะเหมือนเอ๊ะแล้วยังหูดีอีก แมร่ง !!ก่นด่าในใจพร้อมกับที่ประตูห้องเรียนปิดลง+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++คนสวยคนข้างหน้าครับผมขอยืมเลคเชอร์ข้อเมื่อกี้หน่อยสิครับผมจดไม่ทัน”   เมื่อเพื่อนเวรตัวดีโดนไล่ออกนอกห้องโดยสาเหตุที่โคตรจะเฮงซวย   กลุ่มนางฟ้าและซาตานเมื่อครู่ที่ส่งเสียงดังจนรบกวนสมาธิเพื่อนๆและอาจารย์ก็กลับมาตั้งใจเรียนกันอีกครั้งคนข้างหน้าที่ถูกเรียกโดยไม่ระบุว่าเป็นใครเพราะว่าสวยทุกคน หันกลับไปตามเสียงเรียก หญิงสาวมองชายหนุ่มทั้งสี่คนเพราะอีกคนโดนโยกย้ายไปยืนหน้าห้องกับเพื่อนของพวกหล่อนเสียแล้ว“เอ่อ  คุณหน่ะเห็นตั้งใจเรียนดีผมยืมหน่อยสิครับ”   คังอินบอกกับหญิงสาวอีกครั้งแต่พวกหล่อนก็ยังทำสีหน้างงงวยให้อยู่อย่างนั้น  ตกลงมันเรียกใครช่วยบอกชื่อได้มั๊ย“เค้าชื่อมินกิ   มินกิให้มันยืมหน่อยสิไม่อยากฟังมันเห่า”  คยูฮยอนบอกชื่อให้อีกฝ่ายได้รับรู้เสียทีมัวแต่ คุณๆๆ คุณๆทุกคนเลยหันมามองตาแป๋วคิ้วขมวดกันหมด“แล้วทำไมเมื่อกี้ไม่จด”   มินกิตอบพลางทำสีหน้าเอือมระอา  อาจารย์เค้าอธิบายอยู่ตั้งนานมัวแต่เหล่สาวไปทั่วสมควรที่มันไม่ทัน  คิดแล้วก็ส่ายหน้าให้ก่อนจะยื่นมือที่ถือชีสวิธีทำข้อเมื่อครู่ส่งให้คังอินยิ้มหวานให้เจื่อนๆ  ร้ายจริงนะแม่คุณร้ายกันทั้งกลุ่มเลยใช่มั๊ยเนี่ย  ชายหนุ่มยื่นมือออกไปรับแต่ไม่วายประกบมือกอบกุมมือน้อยๆนั้นไว้เต็มมือ และแน่นอนที่มินกิจะรีบชักมือกลับพร้อมทั้งทำตาเขียวให้คังอินอย่างเหลืออด“ไอ้หน้าด้าน”  สะอึกครับพี่น้องไม่คิดว่าคนสวยๆอย่างนี้จะพูดจารุนแรง  โกรธแทนเพื่อนผมไม่ว่าแต่อย่ามาลงกับผมแบบนี้สิครับคนสวย“ขอบคุณครับ”  คังอินขอบคุณเสียงดังพร้อมทั้งยังส่งยิ้มหวานบาดใจให้เหมือนเคย หนักใจแทนคยูฮยอน  ซีวอนและฮันเกิงที่มีเพื่อนหน้าด้านอย่างนี้เสียจริงและไม่ใช่แค่หนุ่มๆ  สาวๆที่เหลืออยู่ก็เหมือนกันมองคังอินอย่างสุดแสนจะบรรยาย สายตาไล่มาถึงเพื่อนอีกสองคนที่นั่งอยู่ถัดออกไป เฮ้อออ  หน้าตาก็ดีแต่นิสัย  เอือมมมมม แต่ยกเว้นให้คนนึงแหละน๊าชเวซีวอนแสนเพอเฟ็กที่ยังไงก็          เพอเฟ็กอยู่วันยังค่ำ  คิดแล้วสาวๆก็ถอนใจพร้อมๆกันก่อนที่จะหันไปตั้งใจเรียนวิชาตรงหน้าต่อเสมือนว่าสงครามคงจะสงบเงียบลงไปแล้วตั้งแต่ที่ทงเฮ และพาดาถูกโยนออกมานอกห้องเพราะอาการส่งเสียงดังของชายหนุ่มต้นเหตุของปัญหาทั้งหมดที่ยืนข้างๆหญิงสาวนั่นเอง

พาดา”   เมื่อออกมายืนเป็นเวลาซักพักแล้วยังไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาทงเฮเลยเป็นคนทำลายความเงียบสงบที่เริ่มก่อตัวมากขึ้นทุกที

“...........”   แล้วพาดาคนเดิมก็ยังคงเงียบ  ไม่ใช่ไม่อยากพูดให้เรื่องนี้มันจบๆไปแต่เมื่อได้เห็นหน้าตาคนที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจเมื่อคืนนี้มันก็แย่พอแล้ว  ไม่อยากได้ยินถ้อยคำแก้ตัวอะไรอีกทั้งสิ้น“ผมขอโทษ”   เมื่อเห็นว่าหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้ทงเฮเลือกที่จะมายืนเผชิญหน้ากันแบบตรงๆไม่โต้ตอบอะไรเลยหรือแม้แต่จะมอง เขาเลยเอ่ยถ้อยคำขอโทษที่คิดว่าจริงใจที่สุดให้หล่อน“พาดาผมขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ”    เพียงแค่ได้ยินคำว่าไม่ได้ตั้งใจหญิงสาวจำต้องเงยหน้ามาสบตาชายหนุ่มที่อยู่ห่างเพียงแค่คืบ   เฮอะ!!!  ไม่ได้ตั้งใจจะมองว่าเมื่อคืนทำไปเพราะเมาหล่ะสิ   คำหลอกเด็กทั้งเพ“จะบอกว่าเมาว่างั้น”   พาดาโต้กลับออกไปอย่างเหลืออด  พอกันทีจบเรื่องแล้วอย่ามาให้เจอกันอีกเลย“เปล่า  ผมไม่ได้เมาแต่คนที่เมาหน่ะคือคุณ”    “งั้นจะบอกว่าชั้นผิดที่เมา“เปล่า  คือผมคุณก็รู้นิสัยว่าผมเป็นคนยังไงมีผู้หญิงอยู่ตรงหน้าแล้วสันดานมันก็ออก  ทงเฮเลือกที่จะพูดความจริงออกมาไม่อยากยืดเยื้อให้มากกว่านี้อีกแล้ว เขายอมรับว่าเห็นอาการที่หญิงสาวเฉยชาต่อเขาไม่ไหวอยากจะพูดให้รู้เรื่องอยากให้เธอกลับมาเป็นคนเดิม“เลิกพูดเถอะชั้นไม่อยากฟัง แล้วก็เอาหน้าออกไปด้วย”   พาดาพูดคำเฉียบขาดจนทงเฮที่กำลังไล้ริมฝีปากอยู่บนข้างแก้มของเธอหยุดลงแต่ก็ยังคงวนเวียนตามขอบมุมปากอยู่อย่างนั้น  เขายอมรับมันอดใจไม่ไหวจริงๆ“พาดา”    ชายหนุ่มยังคงอ้อนวอนให้เธอเห็นใจแต่การกระทำของเขามันเชื่อไม่ได้เลยซักนิด  เธอควรจะอภัยให้เหรอ  สิ่งที่เขาทำเธอควรจะอภัยให้งั้นสิ  ทงเฮหยุดชะงักการกระทำทั้งหมดเมื่อริมฝีปากรับรสชาติเฝื่อนๆที่ติดอยู่บนริมฝีปากบาง ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองดวงหน้าหวานที่มีน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่ให้เต็มตา   พาดากัดริมฝีปากป้องกันเสียงสะอื้นไม่ให้ดังไปมากกว่านี้  เธอไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็นโดนเฉพาะคนที่ทำให้เธอเสียใจมากที่สุดพาดาดันคนตรงหน้าออกอย่างเต็มแรงก่อนจะยกมือขึ้นปาดน้ำตาอย่างลวกๆเมื่อเห็นว่าเริ่มมีคนออกมาจากห้องเรียนแล้วรีบเดินไปหาเพื่อนๆของตน ก่อนที่จะเดินรีบเดินหนีไปโดยไม่หันมามองอีกคนเลยแม้แต่น้อย++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++“โอ้ย!!!!ง่วงนอนชะมัด ลิเนียร์ไม่เรียนมันแล้ว จารย์แกยิ่งสอนได้น่านอนอยู่ด้วย เดี๋ยวโทรบอกยัยพวกนั้นดีกว่า”นารึมเอ่ยกับตัวเองพร้อมอ้าปากหาว แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมากำลังจะกดโทรออก“เฮ้ย!!รัยว่ะมือถือแบตหมด ซวยจริงๆเล้ยยัยนารึม”จะมีอะไรซวยกว่านี้อีกมั้ยปิ๊นนนนนนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ“ว้าย!!!!ขับรถภาษาอะไรว่ะ ไม่เห็นรึงัยว่ามรคนยืนอยู่”นารึมตะโกนด่า เฮ้อ!! หายง่วงเป็นปลิดทิ้งเลย ไอ้รถเวรอย่าหั้ยรู้น่ะว่าคัยเป็นคนขับแม่จะด่าให้เละเลย“ขอโทษนะครับ คุณเป็นอะไรรึเปล่า”ชายหนุ่มเจ้าของรถลงมาถามอาการของนารึก“ไม่เป็นรัยค่ะ แต่วันหลังขับรถหัดดูซะมั่งนะว่ามีคนยืนอยู่รึเปล่าเข้าใจมั้ย ห๊ะ!!!!” นารึมหันกลับมาตอบ แต่เมื่อเจอหน้าคนถามเธอก้อชะงักทันทีนี่นายอีกแล้วเหรอ!!!!!”ซวย ซวย จริงๆ ยัยนารึมเจือคัยไม่เจอดันมาเจอตาบ้านี่ อะไรมันจะซวยขนาดนี้ ตั้งแต่เรื่องฟุตบอลนั่นแล้วนะ“อ้าว!!คุณคิมนารึมนี่เอง นึกว่าใคร”“นี่นายอย่ามาเปลี่ยนแซ่ฉันนะ ฉันไม่ได้แซ่คิมซะหน่อย”“แหมทำเป็นจำไม่ได้นะครับ คือที่ผมบอกงัยว่าเดี๋ยวอีกไม่นานก็เปลี่ยนเป็นคิม เพราะฉะนั้นจะเรียกตอนนี้หรือตอนไหนมันก็เหมือนๆกันแหละครับคุณคิมนารึมคนสวย

5555+++++ได้แหย่ยัยนี่เล่นสนุกชะมัด หน้าตาเวลาโกรธน่ารักชะมัด

“ว่าแต่เรื่องนี้จะให้ผมรับผิดชอบเหมือนคราวที่แล้วมั้ยครับ”“ไม่ต้อง!!!!”ตอบออกไปโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด ไม่รู้อีตาบ้านี่จะมาไม้ไหน ไว้ใจไม่ได้เลย เรื่องอะไรจะยอมให้รับผิดชอบ เดี๋ยวเหมือนคราวก่อน อึ๋ย!!!แค่คิดก็สยองแล้ว ไม่เอา!!!ไม่เอา!!! กลับหอดีกว่า“เดี๋ยวสิคุณ ผมขับรถเกือบชนคุณนะ คุณก็ต้องให้ผมรับผิดชอบสิ ผมสุภาพบุรุษพอน่า ไม่ทำอะไรคุณหรอก”เชอะ!!!ใครจะไปเชื่อ นายอีตาบ้าลามก หื่นสุดๆ นารึมได้แต่ปฏิเสธในใจ“นี่ !!! คุณจะไปไหน งั้นเดี๋ยวผมไปส่งเอามั้ย”“นายอ่านปากของฉันนะว่า “ใม่” เข้าใจมั้ย”“คุณจะไม่ยอมให้ผมไปส่งจริงๆใช่มั้ย…. ได้!!!”เฮ้ยทำอะไรนะ ปล่อยชั้นลงเดี๋ยวนี้น่ะอีตาบ้า”“นี่นารึมผมมีชื่อนะครับ ผมชื่อคิมคิบอม กรุณาเรียกให้ถูกด้วยครับ ไม่ใช่อีตาบ้า”“นายมีสิทธิ์อะไรมาเรียกชื่อชั้น อ๋อ!!แล้วชั้นก็รู้ด้วยว่านายชื่ออะไร แต่ชั้นไม่อยากเรียก ทำไมอ่ะ นายจะทำอะไรชั้น………….”เงียบ ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่ม เขาเพียงแต่อุ้มหญิงสาวตรงไปที่รถของเค้า ซึ่งกว่าจะถึงรถได้ก็ทำเอาคิบอมเหนื่อยไม่ใช่เล่น เพราะสาวเจ้าเธอเล่นดิ้นไปดิ้นมาจะให้เค้าปล่อยให้ได้ แต่แรงผู้หญิงหรือจะสู้แรงผู้ชาย สุดท้ายเขาก็พาเทอมาถึงรถจนได้นี่!!!คุณจะทำอะไรน่ะ”นารึมโวยขึ้นมาเมื่อเห็นคิบอมโน้มตัวเข้ามาหาเธอ“ผมไม่ได้จะทำอะไรคุณหรอก ผมแค่จะคาดเข็มขัดนิรภัยให้คุณก็เท่านั้น คุณคิดว่าผมจะทำอะไรคุณรึงัย”“เปล่าซักหน่อย”นารึมได้แต่อ้อมแอ้มตอบกลับไป นี้เราคิดอะไรอยู่เนี่ยยัยนารึมยัยบ้า ว่าแล้วก็ดึงทึ้งผมตัวเอง“นารึม นารึม …… คิมนารึม“อะไร”“อ้าว !!!! ในที่สุดคุณก็ยอมรับแล้วว่าคุณชื่อคิมนารึม”“อ๊ะๆๆๆหยุดก่อนครับ แล้วตกลงคุณจะให้ผมไปส่งคุณที่ไหนครับ”“หอ” สั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ ให้อีตาบ้านี่ไปส่งก็ดีเหมือนกันแฮะ จะได้ไม่ต้องรอรถราง เดี๋ยวพลาดตกรถรางเหมือนยายพาดา อายเค้าตายเลย“ครับคุณนารึมคนสวย คิบอมคนนี้ยินดีรับใช้.

.. To Be con……………………..++++++++++++++++++++++++++++++++

Part 4 ผู้ชายปากเสีย

posted on 05 Jun 2008 21:19 by leepada  in FICtion
                  

เฮ้ยพาดา เมื่อวานฉันโทรไปทำไมแกไม่รับอ่ะเสียงของนารินเอ่นถามขึ้น ก็เมื่อวานโทรไปยัยเพื่อนตัวดีนี่ไม่รับ ว่าจะให้เอาเลคเชอร์มาให้ซะหน่อย

เอ่อ............เหรอ ฉันคงไม่ได้ยินมั้งตอบอ้อมแอ้ม ในหัวสมองมันคิดถึงแต่เรื่องเมื่อวานน่ะสิอืมมม งั้นพรุ่งนี้เอาเลคเชอร์มาให้ด้วยนะสังเกตุอาการผิดปกติของเพื่อนรักแล้วแค่สั่งกลับไปเท่านั้น แม้ในใจจะสาสัยอยู่ไม่น้อยกับไอ้อาการที่แปลกไปของเพื่อน...ณ โรงอาหารในมหาลัย เวลาเที่ยงๆอย่างนี้คนเยอะอย่างกะยุงในมหาลัย(กัดเจ็บด้วย) เมื่อกลุ่มของสาวสวย(เหรอ) เดินเข้ามาพร้อมกับมองหาที่นั่ง สายตาหนุ่มๆทั้งโรงอาหารก็มองตรงมายังกลุ่มของสาวๆพวกนั้นทันที แต่พวกเค้าชินแล้วแหละน้า อยากมองก็มองไป ว่าแต่วันนี้จะกินรัยดีเนี่ย ซองนารินคิดไปพรางเดินไปเข้าแถวรอซื้ออาหารเป็นคนแรก แล้วพวกเพื่อนๆของเค้าก็แยกย้ายกันไปซื้ออาหารกันตามระเบียบ พอทานอาหารเสร็จก็นั่งเม้าท์กันต่ออย่างทุกวันวันนี้เป็นวันศุกร์แล้วสินะ ว้าว!คิดแล้วก็อยากให้ถึงวันหยุดเร็วๆจัง สาวน้อย   ซองนาริน เพ้อเจ้ออีกแล้วคิดไปก็ยิ้มไปคนเดียว จนเพื่อนๆที่นั่งอยู่ใกล้ๆ ที่แอบลอบสังเกตุการณ์อยู่เห็นยิ้มสวยๆนั่นก้ออดคิดไม่ได้ว่ามันยิ้มอะไรของมันว่ะ  สายตาของเพื่อนๆในกลุ่มทั้งหมด พาดา รันนา นารึม กันกัน และมินกิ เกิดอาการเอือมขึ้นมาทันทีพร้อมกับที่พาดาจึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอยากรู้ นี่แกเป็นรัยป่าวอ่ะยิ้มอยู่ได้คนเดียว ไข้ขึ้นเหรอว่ะ พูดไม่พูดป่าวยังเอามือมาดีดแปะ! ลงตรงหน้าผากอีก เจ็บนะโว้ย!!!ดีดมาได้ เสียงใสๆติดจะโวยวายเล็กน้อยเอ่ยอย่างหงุดหงิดอ้าวก้อฉันเห็นแกยิ้มบ้าอยู่คนเดียว นึกว่าไม่สบาย เลยวัดไข้ให้ นี่ที่ทำนี่ฉันเป็นห่วงหรอกนะ ฮึ!! จะเชื่ออยู่หรอกนะถ้าแกพูดไปแล้วไม่ยิ้มหน้าบานไปยามได้แกล้งฉันแบบนี้บ้านแกเขาวัดไข้แบบนี้รึไงว่ะ  ดูซิหน้าผากฉันเป้นรอยเลยเห็นป่ะเนี่ย ถ้าฉันหมดสวยแล้วแกจะทำงัย ชริ!!”พูดไปบ่นไปกระปอดกระแปด จนเพื่อนๆในกลุ่มหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างสบายอารมณ์ เฮ้อ!!!เพื่อนฉัน นึกว่ามันห่วงอ่ะรัยที่ไหนได้มันห่วงสวย  นี่ นารินชั้นถามรัยหน่อยสิ รันนาที่สงสัยมาได้สักพักเอ่ยถามขึ้นตอนนั้นอ่ะที่คยูฮยอนมาบอกมินกิไปประชุมที่ชมรมอ่ะ ฉันเห็นเค้ามองมาทางแกด้วยนะ แต่ทำมัยแกไม่ค่อยจะสนใจเลยว่ะ เหมือนแกไม่ค่อยชอบเค้าเท่าไหร่เลยรันนาเอ่ยถามขึ้น เมื่อนึกถึงคยูฮยอน ชายหนุ่มที่มีใบหน้าเรียวยาวได้รูปรับกับริมฝีปากอิ่มแดง จมูกโด่งเป็นสัน นัยตาคมกริบสีดำสนิทรับกับใบหน้าขาวไร้ที่ติ ทุกอย่างบนใบหน้านั้นราวกับพระเจ้าสรรสร้างขึ้น ช่างเป็นบุคคลที่น่าหลงใหลยิ่งนัก  แต่มันน่าสะดุดตรงที่สายตาคมกริบของหนุ่มหล่อร้ายเจ้าของเดือนคณะนิเทศอย่างคยูฮยอนที่มองมายังเพื่อนของเค้าที่เอาแต่ก้มหน้าอย่างเดียว แต่พอคยูฮยอนหันไปนารินกลับเป็นฝายมองคยูฮยอนสายตาเฉยชา แข้งกร้าวนิดๆ แค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นที่เห็นสายตาของนาริน ซึ่งเค้าเองก็ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก เพราะปกติแล้วเพื่อนคนนี้เป็นคนร่าเริงสดใส มองโลกในแง่ดีมาตลอด ด้วยความสงสัยจึงเอ่ยถามออกไป เออ!!! ไม่ชอบขี้หน้า คำพูดห้วนๆเอ่ยอย่างเต็มปากเต็มคำอ้าว มัยว่ะเค้าออกจะหล้อหล่อ เพอร์เฟ็กตรงสเปคแกเลยนะโว้ยพาดาเอ่ยขึ้นพร้อมทำหน้าเคลิ้มฝันพรืด!!!!แค่กๆๆ แกพูดรัยของแกว่ะ ฉันสำลักน้ำเลยเห็นม่ะ!! อย่างไอ้บ้านั่นไม่อยู่ในสายตาฉันสักนิดเดียว หน้าอย่างนั้นอ่ะนะเรียกว่าหล่อ ที่บ้านฉันเค้าเรียกว่าแค่ไปวัดไปวาได้แค่นั้นแหละ แล้วตานั่นก็ไม่ตรงสเปคฉันสักอย่างเดียว ขอบอก!!!พูดรวดเดียวจบจนเพื่อนๆฟังกันแทบจะไม่ทัน ปกติก็ฟังมันไม่ค่อยจะรู้เรื่องอยู่แล้ว มันยังพูดเร็วๆ แล้วพวกตูจะรู้เรื่องมะเนี่ย!!! พาดาส่งสายตาอยากรู้กลับมาให้ พอสบกับดวงตากลมโตสวยของเพื่อนรักอีกคนหน้าขาวใสนั่นกลับเสหน้ามองทางอื่น หึหึ!!มันต้องมีอะรัยแน่ๆเลย ยัยนี่ทำมาปิดบังฉัน คนอย่างพาดาต้องรู้ให้ได้ แต่ถ้าถามมันตอนนี้คงไม่บอกแน่ๆ เอาไว้ก่อนดีกว่า ...แต่...โอ้ยยฉันอยากรู้นี่หว่า(อาการเก่ากำเริบอีกแล้ว) นี่!!!พูดเรื่องอื่นได้ม่ะ พูดถึงไอ้บ้านั่นทีรัยอารมณ์เสียชะมัดไอ้บ้าที่ไหนทำให้คนเตี้ยๆอย่างนารินอารมณ์เสียน้า!!” คยูฮยอนเอ่ยถามขึ้น เมื่อเดินเข้ามา พร้อมๆกับเพื่อนๆของเค้า ดงเฮ  ฮันฮยอง  คิบอม ซีวอน และคังอิน ซึ่งนานๆที่จะอยู่กันครบ ก็ปกติอยู่คนละคณะ ไม่ค่อยได้มากินข้าวด้วยกันบ่อยนัก ถ้าคัยไม่สนิทก็ไม่รู้หรอกว่าพวกเค้าเป็นเพื่อนสนิทกัน พอกลุ่มชายหน้าตาดีเดินเข้ามายังโรงอาหารเรียกเสียงกรีดจากหญิงสาวพร้องกับเสียงซุบซิบดังขึ้นมาอีกระรอกหึ!! พูดถึงไอ้บ้าหน้าหื่นๆแถมปากเสียแถวนี้แหละ แล้วใครเตี้ยกัน ฉันแค่สูงน้อยกว่านายนิดหน่อยเอง นายแหละยังไม่หย่านมแม่รึงัยสูงเป็นเปรตอย่างนี้อ่ะนารินหันควับกลับไปมองใบหน้าหล่อ(น่าถีบ)ของอีฝ่าย วาจาที่เพื่อนๆไม่ค่อยจะได้ยินนักเอ่ยออกไป แค่เสียงฉันก็รู้แล้ว ปากสียๆอย่างนี้จะใครซะอีก ชายหนุ่มตระตุกยิ้มร้ายให้ เอ่ยขึ้นทันที่ที่อีกฝ่ายพูดจบ เหรอออออ นี่สูงแล้วเหรอลากเสียงยาวกวนประสาทพร้อมย่างสามขุมเดินเข้ามาใกล้ๆ นารินเองถึงจะอยากก้าวหนีมา แต่ก็ทำใจดีสู้เสือยืนตัวแข็งทื่อประจันหน้ากับอีกฝ่าย (เมื่อยืนแบบนี้แล้ว เอ่อ........ รู้สึกได้ว่าตัวฉันจะสูงแค่ไหล่เขาเองนะเนี่ย) นารินคิดไปก็เจ็บใจที่ตังเองเกิดมาเตี้ยไปหน่อย(หน่อยเหรอ)  คยูฮยอนพูดพรางย่อตัวลงให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับอีกฝ่าย ขยับหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกจะชนกันอยู่แล้ว เอ่ยถามพรางส่งสายตามองมาอย่างสื่ออะไรสักอย่าง แต่อีกฝ่ายกลับไปสนใจจะมองสายตาเจ้าเล่ห์นั่นสักนิด ตาคมจ้องมองริมฝีป่าสีแดงสดรับกับใบหน้าขาวสวยยามเอื้อนเอ่ยคำด่าแต่ล่ะคำออกมา พรางกระตุกยิ้มมุมปากให้  สูงไม่สูงแล้วนายเกี่ยวรัยด้วย แล้วก็ออกไปห่างๆสักทีฉันสะอิดสะเอียนจะแย่คำหลังกัดฟันเอ่ยบอกกับอีกคนเบาๆพอให้ได้ยินแค่สองคนหึ!!!แกล้งเล่นอีกหน่อยดีกว่าปากดีนัก ชายหนุ่มคิดก่อนจะเอ่ยวาจาปากเก่งจังน่ะ อยากชิมจังว่าจะหวานเหมือน…………”กระซิบพูดเสียงแหบพร่าข้างใบหูแล้วจบคำพูดไว้แค่นั้นเมื่อเห็นตากลมโตตวัดหางตามามอง แก้มขาวๆระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คยูฮยอนยักคิ้วหลิ่วตาหั้ย พร้อมๆกับยิ้มกว้างๆเห็นฟันครบ32ซี่ ในสายตาคนอื่นอาจเห็นว่ามันเป็นยิ้มที่หวานจับใจ อาจละลายตรงนั้นเลยก็ได้ แต่สำหรับฉันมันปีศาจชัดๆ!!คนอะไรยิ้มได้น่าถีบสุดๆ นี่ถ้าฉันใส่กางเกงแล้งสูงกว่านี้สักหน่อยนะนายไม่รอดแน่ โจว คยูฮยอน!!!(ไม่ได้เตี้ยนะ : คนแต่ง)ฝันตอนเที่ยงแดดร้อนๆอีกแล้วเหรอโจวคยูฮยอน มันจะไม่มีครั้งที่สองหรอกนะกัดฟันกรอดๆพูดกระซิบตอบกลับไปพร้องกับสายตาโกรธเคืองหรออออออออออ หึ!!ไปกินข้าวดีกว่าคุยกับคนแถวนี้นานๆเมื่อยคอชะมัดประโยคหลังแกล้งพูดเสียงดังให้คนตาสวยได้อายเล่นๆ คนตาสวยได้แต่อ้าปากค้าง คิดคำด่ามันได้แล้วเชียวแต่ไอ้บ้านั่นก้อเดินไปนั่งอีกด้านของโรงอาหารซะแล้วนี่นั่งลงได้แล้ว ยืนหน้าดำ เอ๊ย!!หน้าแดงอยู่ได้คนมองกันใหญ่แล้วพาดาดึงมือนิ่มของอีกคนที่ตอนนี้หน้าแดงระเรื่อเพราะโมโหให้นั่งลงข้างตนคัยอ่ะคนนั้นหล่อชิบ แมร่งหล่อไม่แกรงใจกันบ้างเลย นี่นารินถ้าไม่ใช่สเปคแกฉันขอนะกันกันสาวน้อยอีกคนพูดขึ้นเพราะยังไม่เคยเจอกับคยูฮยอนมาก่อนเอ่ยแกล้งเพื่อนให้โมโหเล่นๆ เพราะปกติเพื่อนคนนี้เป็นคนพูดเพราะ(เหรอ) ไม่โมโหใครง่ายๆหรอกนะ แหย่ซักหน่อยดีกว่า พูดจบก็ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มไปให้ชายหนุ่มอีกโต๊ะเออ!!แกเอาไปเลย เอาไอ้บ้านั่นไปไว้ไกลๆฉันด้วยนะ ผู้ชายเฮงซวย โอ้ย เหนื่อยชะมัด ร้อนก็ร้อนบ่นออกมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ของวันก็ไม่รู้  พรางสูดอากาศเข้าปอดพร้อมหายใจลึกๆ หลับตาลงช้าๆพรางสมองก็หวนคิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา.............. เรื่องบางเรื่องมันก็ไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่...ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะปิดบังหรอกนะ...ฉันแค่ต้องการเวลามากกว่านี้อีกซักหน่อย...เมื่อฉันพร้อมฉันจะเป็นคนบอกกับพวกเธอเอง...ที่ต้องทำเป็นเข้มแข็งอย่างนี้บางทีฉันก็เหนื่อยแล้วล่ะ... เมื่อรู้สึกว่าขอบตาร้อยผ่าวของตนกำลังจะมีน้ำใสใหลรินออกมาก๊หยุดคิดแล้วเปลี่ยนรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีก่อนที่เพื่อนจะซักต่อนี่! พรุ่งนี้วันเสาร์เพื่อนฉันสมัยประถมที่ฉันเคยเล่าให้ฟังน่ะเค้าจะย้ายมาอยู่คณะเราพรุ่งนี้แล้วนะ  จะมาเป็นรูมเมทกับฉันอ่ะนาริมบอกกับเพื่อนๆอีกครั้งว่าจะมีคนมาอยู่ด้วยแล้ว ไม่ต้องเหงาแล้วเราอืมมมดีๆเราอยู่ห้องใกล้ๆกันด้วย แกก็จะได้ไม่ต้องเหงาด้วยไงนารินนารึมเอ่ยขึ้นพร้อมกับเพื่อนๆที่พยักหน้าเห็นด้วย  ก็นารึมเป็นรูมเมทกันมินกินี่นา คราวนี้มีเพื่อนข้างห้องเพิ่มมาอีกคนยายนารินจะได้ไม่เหงาแล้วเค้าชื่อรัยอ่ะรันนาเอ่ยถามเพราะนารินเคยบอกแต่ตัวเองก็จำไม่เคยจะได้ชื่อ...............จางอาราพาดาเอ่ยตอบแทนเพราะตนเองจำได้
อืมมม เฮ้ยพวกเรารีบไปเรียนกันเถอะมินกิเอ่ยเตือนเพื่อนๆ หั้ยรีบไป 
 อีกฝั่งนึงของโรงอาหาร คยูฮยอนยิ้มร้ายที่มุมปากย่างที่ทำประจำเมื่อนึกถึงใบหน้าสวยๆของคนที่เค้าเพิ่งคุยด้วยเมื่อกี๊ซองนาริน ดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเองยังงัยก็ยังคงเป็นอย่างนั้น แถมยังเดาใจยากอีกต่างหากผมจะรู้มั้ยว่าคุณคิดยังงัย........................คิดยังงัยกันแน่..............................ทีกับผู้ชายคนอื่นพูดซะหวานเชียว แต่กับเค้ากลับตรงกันข้ามสิ้นดีซองนารินแล้วเราจะได้เห็นกันว่าฉันจะได้ชิมปากแดงๆนั่นเป็นครั้งที่สองรึป่าว…………………  เฮ้ย คยูโต๊ะนั่นมันโต๊ะคนที่ฉันเล่าหั้ยแกฟังเมื่อเช้านี่หว่า ที่บอกว่าฉันไปช่วยผู้หญิงคนนึงที่ตกรถรางเมื่อวันก่อนน่ะ เค้าเป็นเพื่อนกับคนที่ชื่อนารินนี่หว่าดงเฮเอ่ยกับรูมเมทตนที่ตอนนี้กำลังจะตักข้าวใส่ปาก แต่ก็ไม่ได้บอกเรื่อง..............เมื่อวานอ่อ คนนั้นเหรอที่แกเล่าหั้ยฟัง สวยดีน่ะอย่าบอกนะว่าแกติดใจน่ะ ไอ้เจ้าชู้ชายหนุ่มล่ะจากช้อนตรงหน้ามาตอบหนุ่มน้อยเดือนคณะสถาปัตย์ที่ตอนนี้กำลังยิ้มกริ่ม ตาคมตวัดมองอีกฝ่ายจ้องเขม็งอย่างกับมึงไม่เจ้าชู้งั้นแหละมาว่ากู สาวๆของมึงมากกว่ากูอีก แหมทำมาเป็นพูดหวานๆเป็นคนดีต่อหน้าสาวๆแมร่ง หมาป่าชัดๆเพื่อนรักตัวดีกัดได้อย่างเจ็บแสบ แต่ก็แค่ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าแค่คันๆเท่านั้นขอบคุณที่ชม ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย ตอบมาดีกว่าว่ามึงสนใจเค้าตอบรับคำชมหน้าตาเฉยพร้อมเอ่ยถามขณะที่ตักข้าวใส่ปากก็…………..…ไม่บอกพูดตอบพร้อมสมองก็นึกถึงเรื่องเมื่อวาน...พรางสายตาเหลือบไปเห็นสายตาชายหนุ่มอีกคนที่ส่งสายตาวิบๆวับๆมาให้อย่างล้อเลียนไอ้คยู มึงหยุดมองกูแบบนั้นสักที่ได้มั้ย น่าถีบชะมัด กูแค่เห็นเค้าน่ารักดีนึกเกลียดสายตารู้ทันของมันชะมัด จึงพูดกลบเกลื่อนกลับไปแม่ง คนเยอะชิบ กว่าจะได้กินข้าว ดีนะที่กูแซงคิวเอ่นะซีวอนเอ่ยพูดอย่างอารมณ์เสีย หน้าตาบึ้งตึงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้หน้าหล่อนั้นดูดีลดน้อยลงไปเลยเออดิ กูบอกแล้วว่าไห้ไปกินที่อื่นก็ไม่เชื่อฮันฮยองที่เพิ่งนั่งลงพูดสมทบ ก่อนจะนึกอ่ะไรขึ้นได้แต่..............กูว่ากินที่นี่ก็ดีเหมือนกันคำพูดขัดแย้งกับเมื่อครู่ถูกเอ่ยออกมาพร้อมกับสมองที่เริ่มใช้ความคิดอีกครั้งเมื่อนึกถึงกลุ่มสาวสวยที่เถียงกับเพื่อนของเค้าเมื่อกี๊ อีรันนานั่นมันแฟน(หรือกิ๊ก)ของปาร์คยูชอนที่เป็นคู่อริกับเค้านี่หว่า เห็นควงกันไปไหนมาไหนบ่อยๆ มีอะไรเล่นสนุกๆ ซะแล้วสิว่าแต่กลุ่มผู้หญิงเมื่อกี๊ มีคนนึงที่ข้ารู้จักอยู่นะ ข้าเจอเค้าเมื่อเช้าที่ห้องคอมคุณชายเชวเอ่ยขึ้นลอยๆคัยว่ะ แล้วคุณชายเชวผู้หล่อเหลาไปห้องคอมทำไมกันเหรอขอรับรูมเมทดงเฮเอ่ยถามอย่างแปลกใจก็แล้วมันจะไปห้องคอมทำมัยในเมื่อโน๊ตบุ๊คมันยังซื้อมาบริจาคได้สบายๆโน๊ตบุ๊คกูพัง ซ่อมอยู่เอ่ยตอบเสียงกวนๆกลับไปว่าแต่คนไหนล่ะที่มึงรู้จัก คังอินที่เงียบมานานเพราะกำลังกินอยู่เอ่ยถามไอ้คุณชาย ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่มันจะตอบซักทีคนที่นั่งติดกับคนผมหยิกๆ ที่อยู่ชมรมเดียวกันกับพวกเราอ่ะ ชื่อแจกันกันพรืด!!!!!!ชื่อรัยนะควาวนี่เป็นหนุ่มน้อยผู้เงียบขรึมอย่างคิบอมที่เอ่ยถามขึ้นมา คนรัยว่ะชื่อแจกันกัน ไม่มีชื่อตั้งแล้วรึงัย หันไปมองหน้าเพื่อนๆทุกคนก็ได้รับสายตาคำถามกลับมาให้พ่อคุณชายเช่นกันเค้าชื่อแจกันกัน แกฟังไม่ผิดหรอก ข้าว่าก็แปลกดีนะ ไม่ค่อยมีคนชื่อนี้คุณชายเชวเอ่ยตอบพร้อมตัดข้าวคำสุดท้ายเข้าปากไปพูดไปแล้วมัยต้องยิ้มไปล่ะครับคุณชาย เอ๋!! หรือว่า............พูดไว้แค่นั้นก็ส่งสายตาจับผิดไปไห้ไอ้คุณชายหน้าหล่ออย่างยิ้มๆไอ้เชี่ยคยู!! เลิกจับผิดคนอื่นได้ยังมึงอ่ะแมร่งรู้ทันอีกไอ้นี่นี่แล้ววันนี้พวกแกไม่ไปเหรอว่ะคังอินเอ่ยถาม ไปไหนก็คงไม่ต้องบอกหรอก เพราะมันเป็นสถานที่ๆพวกเค้าไปกันประจำแหละ....... ผับชื่อดังไปดิ ข้านัดน้องซูยองไว้หนุ่มน้องดงเฮเอ่ยตอบ เพลย์บอยอย่างดงเฮรึจะพลาดวันนี้ข้าดูก่อน ซ้อมเสร็จแล้วจะตามไปคยูฮยอยเอ่ยตอบ เพราะวันนี้มีซ้องร้องเพลงที่ชมรมวันนี้ข้าต้องไปซ้อมบาสเดี๋ยวตามไปแล้วกันตามมาด้วยหนุ่มลูกครึ่งชาวจีนคิบอมล่ะคังอินเอ่ยถามอีกคั้งคิดดูก่อน กูง่วงนอนดูมันตอบดิ เหตุผลน่ากระทืบชิบ!!!นักเที่ยวตัวยงแถมยังลามกอย่างมันพลาดได้งัยว่ะงั้นกูกลับคณะก่อนล่ะกัน มีโครงงานต้องทำคิบอมลุกขึ้นพร้อมหยิบกุญแจรถ เดินไปทันทีรัยว่ะแล้วมึงไม่เรียนลิเนียร์รึงัย จารณ์โหดฉิบวันนี้ไม่เรียนคิบอมหันมาตอบ รีบสาวเท้าไปที่รถทันที แม่งจานก็ไม่เก็บหั้ยตูเก็บหั้ยมันทุกวัน ทีหลังกูจะคิดเงินแล้วนะเว้ยคังอินที่ยังกินข้าวไม่เสร็จกินไปก็บ่นไป แต่ตอนนี้รูมเมทเพื่อนรักเดินไปจนจะถึงรถอยู่แล้ว กินเสร็จยังเนี่ย ไปได้แล้วดงเฮเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักเอาแต่บ่นด่าคิบอมยกใหญ่  บ่นทำไมก็ต้องเก็บหั้ยมันยังไม่ชินอีกรึงัยเนี่ยเออ เส็จแล้ว รอด้วย พวกเอ็งจะรีบไปไหนกันว่ะหมีคังผู้หล่อเหลาเอ่ยถามไปเรียน!!ได้คำตอบกลับมาทันที่ เพื่อนรักของเค้าพูดขึ้นแทบจะพร้อมกัน แมร่ง!!มาขยันอะรัยกันตอนนี่ว่ะ ร้อยวันพันปีไม่เคยจะอยากเข้าเรียนตั้งแต่ปี1 นี่มันปี2 แล้วโว้ยยยยยยยยย ก่นด่าเพื่อนรักตังเองไม่เบานัก ขายาวๆก็ก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเข้าเรียนไนคาบบ่ายที่แสนจะน่าเบื่อ  ++++++++++++++++++++++++++++++++  นี่นารินตกลงแกจะบอกชั้นยังอ่ะเรื่องแกกับคยูฮยอนนะ เล่าหั้ยฉันฟังบ้างดิพาดาผู้อยากรู้(เรื่องของคนอื่น)เอ่ยถามเมื่ออาจารณ์ยังไม่เข้า ถ้าเข้ามานะแม้แต่เสียงกระซิบแกยังได้ยินเลย ดุชะมัด(ลิเนียร์)เออน่า เอาไว้ก่อนแกจะอยากรู้ไปทำมัยเนี่ย เรื่องมันไร้สาระชะมัด เอาไว้ชั้นก็เล่าหั้นแกฟังเองแหละน่าเอ่ยตอบออกไปปัดๆไม่ใช่ไม่อยากบอกเพื่อนรัก แต่มันอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระอย่างที่เค้าบอกจิงๆนั่นแหละ เหตุผลที่ต้องมาไม่ชอบหน้ากันกับไอ้บ้านั่นสำหรับบางคนอาจจะดูงี่เง่าสิ้นดีเออก็ได้ๆแต่อย่านานหล่ะเพราะยังงัยฉัยก็ต้องรู้อยู่ดีนะแหละ  เฮ้ยพวกนั้นเรียนด้วยเหรอนารินเอ่ยถามอีกคนอย่างตกจัยที่เห็นหนุ่มห้าคน ดงเฮ คยูฮยอน คังอิน ฮันฮยอง และซีวอนเรียนคาบนี้ด้วย ขาดก็แต่คิบอมที่ไม่ได้มาด้วยเฮ้อ!! ชีวิต!! วิชานี้จะเรียนรู้เรื่องมั้ยเนี่ย ยิ่งโง่ๆอยู่เอ่ยกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะรู้ดีว่าคนอย่างคยูฮยอนไม่หยุดง่ายๆหรอกถ้าไม่ชนะ เดี๋ยวก็ต้องมาทำหั้ยชั้นอายคนอื่นไม่ก็มาแกล้งอยูแล้วแหละ แถมนี่ยังนั่งข้างหลังอีกนะ  พระเจ้า!!อะไรมันจะเป็นจะเป็นใจขนาดนั้น ซวยแล้วตู O____O ได้แต่คิดพรางก้มหน้าลงกับท่อนแขนของตนเอง เฮ้ออออออออออ!!!!...To be Con………..+++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

                  Part 3 วันที่ไม่อยากจดจำ(พาดา)

 

 

 

 

 

หนอยยยยยย ไอ้พวกนี้มาว่าลีทงเฮว่าเป็นเพล์บอยได้ยังไง ออกจะแสนสุภาพขนาดนั้นชเวซีวอนคนดังยังชิดซ้าย เอิ๊กกกกก คิมพาดาไม่เชื่อคำประนามลีทงเฮแสนเพอเฟ็กคนนั้นตอนนี้เลยได้แต่คิด และคิดแล้วก็คิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะพิสูจน์ชายหนุ่มตามที่ลั่นวาจาไว้ได้
หญิงสาวเดินคิดมาเรื่อยเปื่อยโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอได้มายืน อยุ่ที่หน้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ดีไซน์เก๋ไก๋นี่แล้ว
"เฮ้ย เราเดินมาถึงนี่ได้ไงวะ" คิมพาดาหยุดเดินแล้วเงยหน้าขึ้นมองสถาปัตยกรรมอันตั้งตระหง่าน เดินมาได้ไงแมร่งโคตรจะไกลหรือใจพามา ฮ่าๆๆๆฮามากไปแล้วพาดา
"เฮ้ย ทงเฮมึงจะไปไหนวะ" เมื่อได้ยินเสียงชายคนหนึ่งเอ่ยเรียกบุคคลที่กำลังคิดถึง พาดาเลยก้มๆเงยอยู่แถวๆโพรงไม้ข้างหน้าคณะเผื่อจะได้ยินอะไรดีๆ
"ไปกินข้าวว่ะ"
"กับใคร"
"มึงเป็นแม่กูไงวะมินฮวานซักไซ้อยู่ได้" ลีทงเฮตอบกลับเพื่อนคนดีที่เหมือนจะเสือกอยู่ทุกเวลา
ชายหนุ่มเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงหน้าคณะใกล้กับที่หญิงสาวแอบซ่อนอยู่จนพาดาได้ยินสิ่งทujทั้งสองพูดคุยอยู่อย่างชัดเจน
"ไอ้เหี้ยนี่ กูก็แค่จะได้โกหกตอบสาวๆของมึงถูก" มินฮวานตอบอย่างเหลืออด เขาหล่ะเกลียดเสียงแว้ดว๊ายของผู้หญิงเสียจนแทบจะประสาท ยิ่งตอนที่อยากรู้ว่าไอ้คุณเพื่อนตัวดีหายไปไหน ไปกับใคร ที่ไหน มาฆ่ากันให้ตายเลยเหอะ
"ไปกับ......"
แก้งงงงงงงงง เสียงกระทบกันของขวดแก้วที่อยู่ข้างพุ่มไม้ที่พาดาแอบอยู่เพราะหล่อนเผลอไปเตะมันเข้
ให้เป็นเหตุให้เกิดเสียงสะกิดให้คนที่กำลังจะตอบหันไปมองโดยไว พาดาได้แต่ยืนระส่ำระส่ายกระอักกระอวนอยู่อย่างนั้น ซวยแน่ใครแม่งเอาขวดมาวางไว้ตรงนี้วะ พาดาตายแน่แกเอ๊ยยยย
"อ้าว คุณมาทำอะไรตรงนี้ครับ" เมื่อได้เห็นว่าเป็นใครทงเฮจึงได้แต่ยกยิ้มมุมปากก่อน หึที่แท้ก็เป็นแฟนคลับตามมาถึงนี่เลยหรือไงคุณทะเล
"อะ เอ่อมะ มาหาเพื่อนคะเพื่อนเรียนคณะนี้" พาดาตอบแล้วได้แต่ยิ้มแหยๆให้กลับไป
"โธ่หรือครับ ผมนึกว่าคุณตามผมมา" ตอนนี้ไม่มีใครหลบใครเพราะทงเฮเดินมายืนเพชิญหน้ากับพาดาสองมือท้าวเอาไว้กับต้นไม้
กักกันคนที่อยู่ตรงหน้าเพื่อไม่ให้หนี เพราะตอนนี้ดุเหมือนว่าหญิงสาวอยากจะออกไปจากอ้อมแขนนี้เหลือเกิน
"เปล่านี่คะ ชั้นจะตามคุณมาทำไม แล้วคุณก็เอาแขนคุณออกไปได้มั๊ยค่ะ"
"กลัวผมเหรอ" ชายหนุ่มพูดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ พาดารู้แล้วว่าชายคนนี้เจ้าเล่ห์เพล์บอยอย่างที่คนเค้าว่ากันจริงๆ แล้วอีกอย่างเธอก็เกลียดคนเจ้าชู้เข้าไส้ เสียเวลาเป็นที่สุดอุตส่าห์หลงนึกว่าสุภาพ
"ทำไมมองผมอย่างนั้นหล่ะ คิมพาดา" เมื่อเห็นว่าเธอทำหน้าบอกบุญไม่รับทงเฮเลยอดไม่ได้ที่จะถาม
"ขอบคุณที่จำชื่อได้ค่ะ แล้วชั้นก็ไม่ได้กลัวคุณแต่กลัวสาวๆที่อยู่หลังคุณมากกว่า" สาวๆ เอ๋ ทงเฮจึงละมือออกปล่อยเธอจากวงแขนที่โอบล้อมแล้วค่อยๆหันกลับไปมองทางด้านหลังที่มี
เหล่าบรรดากิ๊กทั้งหลายแหล่ยืนตาเขียวปั๊ด รวมไปถึงสาวที่นัดไว้ในเวลานี้ด้วย
"เดี๋ยวสิคุณ จะไปไหนหน่ะ" ชายหนุ่มคว้าข้อมือเธอไว้เมื่อเห็นว่ากำลังจะเดินออกไป พาดาหันขวับพลางลดสายตาลงมองที่ข้อมือตัวเองก่อนจะสบัดออกให้พ้นจากมือนี้
"ไปหาเพื่อน"
"อ้าวทำไมทำอย่างนี้หล่ะที่รัก คุณบอกจะไปทานข้าวกลับผมนี่" พาดาตาโตอ้าปากค้าง อะไรนะ เมื่อกี้ร้ว่าอะไรนะ ที่รักอ๊ากกกกกกกก หนอยใครที่รักไม่ทราบ เมื่อตั้งสติได้หล่อนจึงโต้ตอบกลับไป
"ที่รงที่รักอะไรของคุณ อย่ามา ที่รักของคุณอยู่โน่นข้างหลังโน่น แล้วหวังว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วเรื่องนั้นชั้นขอบคุณมากที่ช่วยชั้น"
"เดี๋ยวสิครับพาดา ผมรู้ว่าคุณโกรธผมวันนี้ผมจะตามใจคุณทั้งวันเลยแต่อย่าทำร้ายผมแบบนี้ น๊า"
ลีทงเฮตีหน้าซื่อทำเป็นออดอ้อนออเซาะโกหกหน้าตายว่าหญิงสาวตรงหน้าเป็นสุดที่รักของเ
า จนสาวๆข้างหลังยืนควันออกหู และอีกไม่นานคงระเบิดเป็นแน่ ชายหนุ่มจึงขยิบสายตาในกับเพื่อนตัวดี มินฮวานจึงแก้สถานการณ์โดยไปกู้หน้าแทนเพื่อนเวร แล้วปล่อยให้ไอ้คุณเพื่อนกึ่งจูงกึ่งลากสาวน้อยคนสวยขึ้นรถไปแม้จะเจ็บอยู่บ้างที่โด
ทั้งเตะ ทั้งถีบ ทั้งกัดทงเฮก็ทน กว่าจะลากเข้ารถปิดประตูได้ทำเอาเหงื่อตก คนอะไรแสบจิงๆ
++++++++++++++++++++++++++++
"ไอ้บ้า ปล่อยชั้นลงเดี๋ยวนี้พาชั้นขึ้นรถทำไม"
"โอ๊ยยยย ผมเจ็บนะหยุดทุบผมซักทีสิ" ทงเฮยกมือป้องกันมือน้อยๆแต่ต่อยหนักของหล่อนอย่างพัลวัน
"ก็ปล่อยชั้นสิ ลีทงเฮ"
"คุณก็หยุดโวยวายสิ" ด้วยความเหนื่อยหรืออะไรก็ไม่ทราบพาดาที่ตะโกนโหวกเหวกพร้อมทำร้ายร่างกายชายหนุ่ม
ถึงได้หยุดลงดื้อๆเหลือเพียงแต่อาการหอบเหนื่อยให้เห็นเท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นรถยนต์คนหรูที่คุณป๋าซื้อให้หลังสอบเข้ามหาวิทยาลัยของทงเฮก็ถูกเหยีบคันเร่งเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง
"หยุดรถ"
"หยุดทำไมหล่ะครับ ยังไม่ถึงเลยหรือว่าอยากเดินเล่นบนโทเวย์"
"ชั้นถามจริงเถอะจับชั้นมาทำไม" เมื่อโวยวายแล้วไม่ได้อะไรขึ้นมาพาดาจึงจำเป็นต้องพูดดีๆกับคนบ้าที่อยู่ๆก็ลากมาแบบouh
"ผมหิวข้าว ไปกินข้าวกับผมนะ" แมร่งถามดีๆมันดันตอบกวน พระจ้าวเจ้าขาทำไมคนหล่อๆถึงได้เป็นอย่างนี้
"พาชั้นกลับ"
"คงจะไม่ได้หรอก"
"ทำไม อย่ามาตุกติกได้ม่ะ" พากลับไม่ได้แล้วนายจะพาชั้นไปไหนนี่ หญิงสาวนั่งหน้าบู้กอดอก ปากเชิดเป็นตุ๊กตาหน้ารถจนคนข้างๆอดที่จะขำไม่ได้
"อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิพาดา ฮ่าๆๆๆ"
"แล้วจะให้ทำยังไง ยิ้มงั้นสิยิ้มหวานๆแบบนี้แล้วนายจะพาชั้นกลับใช่ม่ะ" หล่อนหันมายิ้มหวานที่สุดพร้อมกับทำตาปริบๆให้กับทงเฮ ก่อนจะยื่นหน้ามาใกล้ๆให้ชายหนุ่มเห็นอย่างเต็มตา
"อย่าทำแบบนี้สิครับ"
"ทำไมหล่ะค่ะทงเฮ" พาดายังไม่เลิกกวนสมาธิการขับรถของเขา รถยนต์คันหรูที่เพิ่งลงจากโทลเวย์เข้าสู่ทางเรียบก่อนที่จะจอดลงข้างทางปล่อยมือจาก พวงมาลัยรถแล้วยกมาไล้ใบหน้าขาวนวลของเธอแทน
"มันทำให้ผมอดใจไม่ไหวน่ะ" ชายหนุ่มไม่พูดปล่าวแต่ด้วยนิสัยเจ้าเล่ห์เพล์บอยแล้ว สันดานเดิมมันเลยหลุดออกมาให้เห็น พาดาไม่มีโอกาสได้โต้เถียงตอบกลับอย่างใจคิดเพราะตอนนี้ริมฝีปากของเธอ
ถูกครอบครองด้วยริมฝีบางบางของทงเฮแล้ว
"อื้อออออออออออออออ" เมื่อรู้ว่ากำลังจะขาดอากาศหายใจจากการจูบเร่าร้อนของคนตรงหน้า หญิงสาวเลยทุบระรัวกลางหลังของทงเฮเต็มแรงจนชายหนุ่มจำใจต้องถอนปากออกมาอย่าง เสียดายหวานชะมัดนี่แค่ปาก ทั้งตัวจะเป็นยังไงนะพาดา
"ไอ้คนบ้า มาจูบชั้นทำไมหะ" หล่อนยกหลังมือขึ้นถูริมฝีปากของตนเองที่ถูกรุกรานโดยไม่ทันตั้งตัวจนทำให้ริมฝีปากท
่บวมเจ่อจากการถูกจูบซ้ำๆนั้นเด่นชัดขึ้นมาอีก
"ก็ผมบอกคุณแล้วนี่ว่าอย่าทำคุณไม่เชื่อเอง" ทงเฮตอบพลางส่ายหน้าอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนที่จะจับพวงมาลัยแล้วเหยียบคันเร่ง
พารถคันโก้มุ่งสู่หนทางข้างหน้าอีกครั้ง
"พาชั้นกลับเดี๋ยวนี้ ลีทงเฮ"
"บอกแล้วว่าไม่ได้"
"งั้นปล่อยชั้นลง"
"ไม่ได้เหมือนกัน นี่มันมืดแล้วนะหรือว่าอยากได้มากกว่านี้ก็บอกผมสิ" ทงเฮตอบลอยหน้าลอยตาพร้อมกับหันมายิ้มให้พาดาที่นั่งจิกเบาะไว้แน่น ตั้งแต่เกิดมาเกลียดนักเกลียดหนาคนเจ้าชู้ แล้วทำไมพระเจ้าต้องมาเล่นตลกกับเธอให้มาเจอผู้ชายพรรณนี้ด้วย
"ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงก็ยังดีกว่าถูกคนอย่างนายข่มเหง"
"ฮึ เหรอครับยังไม่ได้ลองเลยนะลองก่อนค่อยพูดดีกว่า" ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะอย่างมีความสุข ผิดกับอีกคนที่ได้แต่บังคับอารมณ์ทั้งโกรธทั้งอายอยู่อย่างนั้น
++++++++++++++++++++++++
ในที่สุดรถยนต์คันหรูก็มาจอดเทียบอยู่หน้าสถานบันเทิงชื่อดังก่อนทงเฮจะดับเครื่อง แล้วก้าวลงจากรถอ้อมเดินมาเปิดประตูให้กับคนที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่
"ลงสิครับ" ชายหนุ่มเปิดประตูให้หญิงสาวพร้อมทั้งคว้ามือบางให้ลุกขึ้น
"ปล่อย" หญิงสาวสะบัดมือให้ออกจากการเกาะกุมแล้วก้าวลงจากรถก่อนที่จะเดินออกไปทรงทางออก หวังว่าจะเรียกรถแท็กซี่กลับบ้านแต่ยังไม่ได้ก้าวไปไกลมากนักก็ถูกรวบตัวด้วยอ้อมแขนแข็งแรงไว้ก่อน หลังบางเซถลามากระทบอกแกร่งของทงเฮแขนทั้งสองข้างโอบรอบเอวบางไว้แน่น
"ปล่อยชั้นนะ ชั้นบอกให้ปล่อย" พาดาทั้งดิ้นทั้งกระทืบเท้าเพื่อให้หลุดจากการโอบกอดนี้
"คุณจะไปไหนหล่ะมากลับผมก่อนสิ" ชายหนุ่มยังกอดเธอไว้อย่างนั้นพร้อมทั้งบังคับให้เธอเดินเข้ามาด้วยกัน กว่าจะลากเธอเข้ามาอีกครั้งได้ทำเอาเหงื่อตกอีกตามเคย ทงเฮพา พาดาเข้ามาด้านในสุดที่มีกลุ่มเพื่อนๆของเขารวมทั้งมินฮวานที่เอาตัวรอดจากสาวๆมาได้ ได้จับจองพื้นที่เอาก่อนหน้านี้แล้ว มินฮวานยกมือให้เพื่อนเวรที่กำลังเดินเข้ามาหาพร้อมกับสาวสวยหน้าหวานเมื่อเย็นนี้ ร้ายนักนะมึงได้มาควงจนได้
"เฮ้ยทงเฮทางนี้"ทงเฮเดินเข้ามาหาทางเพื่อนกลุ่มใหญ่แต่ก็ต้องละสมาธิมาคว้าคนข้างๆที่คิดจะหนีตลอด
เวลา
"คุณเดินดีๆหน่อยสิชนคนเค้าไปทั่วแล้ว" ทงเฮร้องบอกพาดาที่ดิ้นไปดิ้นมาจนชนคนอื่นไปทั่ว เพิ่งมาไม่อยากมีเรื่องโดยยังไม่เมาหรอกนะ
"ก็ปล่อยชั้นสิเลิกกอดชั้นซักที"
"ปล่อยคุณก็หนีให้ผมกอดอยู่อย่างนี้แหละน่า" พอเถอะพาดาพอเถอะดิ้นไปก็ไม่มีประโยชน์ ด่าไปก็เหมือนจะไม่เข้าหู เวรกรรมอะไรทำไมต้องเป็นเช่นนี้คิดได้เธอก็เลยปล่อยเลยตามเลย ให้คนข้างๆที่หาเศษหาเลยกอดไปอย่างนี้แหละ กรรม
"อ้าวววว มึงมาด้วยกันเลยนะแต่ช้านะเว้ยกูแดกกันไปหลายกรมแล้ว"
"เออ โทษทีเผอิญปลาบปลาพยศอยู่ว่ะดื้อชิบหาย" บอกเพื่อนชี้แล้วหันมากระยิ่มกระหย่อมให้คนข้างๆ
ที่ตอนนี้ได้มานั่งอยู่ที่โซฟาข้างๆเค้าแล้ว
"ชื่ออะไรหรือครับคนสวยผมชื่อ แทบินครับ" ฮันแทบินชายหนุ่มสุดเท่ห์แววตาเจ้าชู้ยิ่งนักหันมาสนใจสาวน้อยสุด สวยที่ไอ้เพื่อนตัวดีีที่ไม่รู้คว้ามาจากไหน
"จำเป็น" พาดาตอบโดยไม่ได้หันหน้ามามองคนที่ถามและนั่งอยู่ด้วยกันเลยแม้แต่น้อย ในใจเธอคิดเพียงแต่ว่าจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง จะกลับได้มั๊ย เมื่อไหร่ไอ้คนบ้าข้างๆจะเอามือออกจากเอวเธอเสียที เพราะมันไม่ได้จับเฉยๆแต่ไม่รู้จะลูบหาพระแสงอะไร หล่อนจึงเขยิบหนีจนเกือบจะตกโซฟาแล้ว
"โหหหห ร้ายด้วย ฮ่าๆๆๆๆ" เสียงแซวปนหัวเราะเกิดขึ้นอย่างสนุกสนานจนคนถูกแซวหน้าหยิกขึ้นทุกที
"พาดาครับคุณไม่สนุกเหรอ" ทงเฮกระซิบถามเบาๆที่ข้างหูเพราะว่าเสียงดนตรีเร้าใจในสถานบันเทิง
มันดังจนกลบเสียงพูดคุยไปหมด
"ไม่ เลย" คิมพาดากัดฟันพูดออกไปอย่างช้าๆชัดๆให้คนที่เผชิญหน้าได้ยินอย่างแจ่มแจ้ง
"คนสวยดื่มกันหน่อยมั๊ย" หนึ่งในหลายเพื่อนของทงเฮเอ่ยถามขึ้นบ้างเพราะเห็นเธอไม่ดื่มอะไรเลยแม้แต่น้ำเปล่า

"เห้ย แฟนกูดื่มไม่เป็นหรอกอย่าเลย" คำว่าแฟนกูทำเอาพาดาเลือดขึ้นหน้า ไปเป็นแฟนมันตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงได้ป่าวประกาศคนอื่นแบบนี้
"นี่นายยยย"
"อะไรนะพาดาคุณอยากดื่มเหรอคุณดื่มไม่เป็นนี่ผมเป็นห่วงคุณนะ"
"นี่ดื่มไม่เป็นเหรอเธอโตป่านนี้แล้วนะคบกับทงเฮมันได้ยังไงเนี่ย"
"พวกมึงน้อยๆหน่อยอย่าสนใจเลยนะพาดา"
ไม่ ชั้นจะดื่ม" สิ้นเสียงของหญิงสาวพาดายกแก้วทรงสูงกระดกน้ำสีอำพันรวดเดียวจนหมด แม้จะร็สึกบากคอมากก็ตามแต่เธอก็ไม่อยากให้ใครมาดูถูกและล้อเลียยนแบบนี้
แก้วแล้วแก้วเล่าถูกถูกริมฝีปากบางกระดกรับน้ำมึนเมาเข้าคอ จนตอนนี้ใบหน้าขาวนวลเริ่มแดงกล่ำพูดไม่เป็นภาษา นั่งก็แทบจะไม่อยู่จนทงเฮต้องประคับประคองหล่อนให้ซบกับไหล่กว้างพลางคว้าแก้วทรงสูงที่หญิงสาวกำลังจะรับมันเข้าปากออกมาวางไว้ที่โต๊ะ
"เฮ้ย มินฮวาน พวกมึงกูกลับก่อนนะคนสวยกูไม่ไหวแล้ว"
"เออ พุ่งนี้มึงจะมาเรียนหรือเปล่า" มินฮวานถามอย่างรู้ใจมากับสาวทีไรวันต่อไปไม่เคยเข้าคณะซักวัน
"มึงรู้แล้วจะถามทำซาก" ทงเฮตอบพร้อมกับพาหญิงสาวให้ลุกยืนซบอกอยู่อย่างนั้นก่อนที่จะพากันออกไป
+++++++++++++++++++++++++++
เปลือกตาบางค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างช้าๆก่อนที่จะกระพริบถี่ๆเพื่อปรับกับแสงอาทิตย์
ที่สาดส่องลอดเข้ามาทางหน้าตาเล็กน้อย อาการมึนหัวโลดแล่นเข้าสู่โสดประสาทของหล่อน เพดานห้องไม่คุ้นตา ผ้าม่านลายนี้ไม่รู้จัก ประตูห้องเราไม่ได้อยู่ทางนี้นี่หน่า หญิงสาวค่อยๆหันมองรอบๆห้องก่อนจะสะดุดตาเข้ากับบรรดาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายของเธอ
และของใครอีกคน เพียงเท่านั้นเธอจึงเลื่อนสายตาขึ้นมามองคนที่นอนอยู่ข้างๆ ใบหน้าขาวเนียนราวกับหิมะ ริมฝีปากบางแดงระเรื่อ เส้นผมดำคลับยาวระต้นคอระบายอยู่บนใบหน้า ลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่าเขานั้นหลับสนิทเพียงใด
นี่มันเกิดอะไรขึ้นเธอเองก็ไม่รู้ รู้เพียงอย่างเดียวว่าเธออยู่ที่นี่บนเตียงนี้นอนอยู่ข้างชายคนที่จับเธอมาเมื่อวาน
โดยปราศจากสิ่งใดคลุมกายนอกจากผ้าห่มผืนโต
เหมือนสมองไปรับรู้อะไร   มันมืดไปหมด
ก่อนที่เธอจะหลับตาลงอีกครั้งพร้อมกับสายน้ำที่ไหลออกตาหางตาบางเบา…………
...To Be con………